Knowledge

รวมสาย LAN หลายเส้นให้เร็วขึ้น: Link Aggregation และ Bonding

12 มิ.ย. 2023 · Bonding · Link Aggregation · MikroTik · Switch

ถ้าสาย LAN 1 เส้นโยนไฟล์ได้ที่ความเร็ว 1Gbps เราสามารถรวมสาย LAN หลายๆเส้นเข้าด้วยกัน เพื่อให้ความเร็วเพื่มขึ้นได้ไหม
ทำได้ครับ
ความสามารถนี้ มีหลายชื่อด้วยกัน เช่น Link Aggregration , NIC Teaming หรือบน Mikrotik จะเรียกว่า Bonding ครับ
การทำ Bonding หมายถึง การที่เรารวม Interface มากกว่า 1 Interface เข้าด้วยกัน เพื่อเพิ่มความเร็วในการส่งข้อมูล ซึ่งมีหลากหลาย Standard ในการทำมากๆ แต่สำหรับ Mikrotik เนี่ย เราสามารถทำ Bonding ได้มากที่สุด ถึง 8 เส้น เลยทีเดียวครับ
แต่ถ้าคุณไม่ได้ Setup ให้ถูกต้อง แล้วก็เอาสาย LAN 2 เส้นขึ้นไป มาเชื่อม Network Switch เข้าด้วยกัน โดยที่ไม่ได้กำหนด Bonding … ผลก็คือ มันจะกลายเป็น Network Loop นะครับ อันนี้ต้องระวังให้ดีๆ
หลักการทำ Bonding
1. Interface ทั้ง 2 เส้น ต้องความเร็วเท่ากัน เช่น ถ้าเป็น 1Gbps ก็ต้องเป็น 1 Gbps ทั้ง 2 เส้น ถ้าเป็น 10Gbps ก็ต้องเป็น 10Gbps ทั้ง 2 เส้นครับ
2. คุณจะต้องเป็นเจ้าของ End Device ทั้ง 2 ข้าง เช่น คุณจะทำ Bonding เชื่อมระหว่าง Switch <-> Switch , Switch <-> Server , Switch <-> Route … ไม่ว่าจะเป็นอุปกรณ์อะไรก็ตาม คุณจะต้องเป็นเจ้าของ Device ทั้ง 2 ข้าง เพราะคุณจะต้อง Setup Bonding ทั้ง 2 Device ให้รู้จักกันนั่นเอง
ยกตัวอย่าง ถ้าคุณจะเอา LINK จาก Operator มารวมร่างกันเป็น Bonding เช่น Internet True 2 เส้น รวมร่างกันด้วยเทคโนโลยี Bonding แบบเนี่ยน ไม่ได้ เพราะว่าคุณไม่ได้เป็นเจ้าของ Network ข้าง True นั่นเองครับ
3. ไม่ใช่ว่า กำหนด Bonding เป็น 2 เส้น แล้วจะส่งความเร็วได้เต็มเส้นเสมอไป เพราะว่า มันอยู่ที่โหมดในการเชื่อมต่อ ว่าคุณจะแยกข้อมูลที่จะวิ่งไปบนทาง Bonding แบบไหน ถ้าเป็นโหมดพื้นฐานที่เป็น Layer2 Hashing … ก็คือ 1 Mac Address ที่ส่งข้อมูลข้ามกัน ก็จะใช้ความเร็วได้แค่เส้นเดียวเท่านั้น ใช้เกินเส้นไม่ได้ ซึ่งตรงนี้ ถ้าเป็น Mikrotik มีโหมดต่างๆในการปรับแต่งให้ได้ละเอียดมากขึ้นกว่า มาตรฐาน Bonding ทั่วไป
4. ถ้าเรา Bonding ความเร็ว 1Gbps x 2 เส้น ก็แปลว่า คุณมีถนน ที่ส่งข้อมูล 1Gbps จำนวน 2 ถนน ไม่ได้แปลว่า คุณมี ถนน 2Gbps นะครับ
5. Bonding นอกจากใช้ในมุมของการเพิ่มความเร็วแล้ว ยังใช้ในมุมของการทำ Backup ด้วย เพราะถ้าเกิดสถานการณ์ที่สายขาดขึ้นมา อีกเส้นนึงก็ทำงานตามปกติ เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น แค่ความเร็วในการส่งข้อมูลจะเหลือแค่ 1 เส้นเท่านั้นเองครับ
สถานการณ์ที่จำเป็นต้องใช้ Bonding ส่วนใหญ่จะเป็นเรื่อง Interface Bandwidth ความเร็วไม่พอเนี่ยแหละครับ ยกตัวอย่างเช่น
1. ต้องการเพิ่มความเร็ว Uplink ให้มากขึ้น แต่ (Physical Link) หรือสาย มีความเร็วตันเท่านี้ เช่นอยากได้ Uplink มากกว่า 1Gbps แต่ว่าความเร็ว Port มีแค่ 1Gbps ก็เพิ่มเป็นสองเส้นซะเลยนั่นเอง
2. ต้องการเพิ่มความเร็วในการเชื่อมต่อเข้าสู่ Server เช่น ทีมตัดต่อ อยากจะทำให้ NAS รองรับ User ได้มากขึ้นและโยน Data ได้มากขึ้น ก็จะทำ Bonding เชื่อมระหว่าง NAS กับ Switch
หัวข้อ Bonding นี้ เป็นหนึ่งในเนื้อหาของ MTCRE ที่ผมจะสอนในช่วงวันที่ วันเสาร์ที่ 17 – วันอาทิตย์ที่ 18 มิถุนายน 2566 นี้ ตอนนี้ที่นั่งยังพอมีอยู่
ใครที่มี MTCNA แล้ว สามารถติดต่อลงเรียนได้เลย
ใครที่ยังไม่มี MTCNA ผมจะเปิดสอน MTCNA อีกรอบในวันพุธที่ 28 – วันศุกร์ที่ 30 มิถุนายน 2566 นี้นะครับ
รายละเอียดเพิ่มเติม ดูในเม้นได้เลยนะครับ

ปรึกษาทีม VROnline