Our Work

รื้อระบบ Wi-Fi หอพักพรีเมียม 2 อาคาร ย่านพระราม 2

22 ต.ค. 2021 · Access Point · Channel Planning · Wi-Fi

เมื่อวานนี้ไปรื้อ Network ในหอพักแห่งหนึ่งย่านพระราม 2 มา
เป็น Premium Apartment ที่ใหญ่มาก มีสองอาคาร
ปัญหาดั้งเดิมของการติดระบบใน Apartment ทั่วไปก็คือ ติด Access Point ไว้ตรงทางเดิน เพื่อให้ครอบคลุมห้อง ทั้งปีกซ้ายและปีกขวาของทางเดิน
ในแง่การลงทุน การติดตรงทางเดิน ถือว่าเป็นจุดที่เหมาะสม เพราะว่า ติดโดยใช้อุปกรณ์น้อยชิ้น แต่ ได้ Coverage Area ทั้งซ้ายและขวาของทางเดิน
อ้าวแล้วจะรื้อทำไม
สังเกตไหมครับ โรงแรมและหอพักสมัยก่อนติดแบบนี้หมด เพราะเชื่อว่า มันลงทุนน้อยสุด แต่ได้ Performance ที่รับได้
แต่จริงๆแล้ว เราจะเจอปัญหาอะไรบ้าง
ส่วนใหญ่โรงแรมและหอพักจะเอาห้องน้ำไว้หน้าห้อง เพราะมันสะดวกต่อการเดินท่อ ออกแบบก็ง่าย Maintenance ก็ง่าย และ เอาระเบียงไว้ให้แขกได้พักผ่อน รวมไปถึง ใช้ระเบียงในการติดตั้งระบบแอร์
ซึ่งห้องน้ำเนี่ย มันคือ กำแพงเมืองจีนของสัญญาณ WIFI เลยครับ วัสดุที่อยู่ในห้องน้ำล้วนแต่เป็น Top 5 เรื่องการ Block สัญญาณ นั่นก็คือ ปูน กระเบื้อง โลหะ กระจก และ น้ำ ดังนั้น โรงแรมใดก็ตามที่มีห้องน้ำหน้าห้อง จะไม่สามารถติด Access Point ตรงโถงทางเดินแล้วสัญญาณในห้องพักดี นี่คือ แทบไม่มีทางเลยครับ
ปัญหาที่สอง ก็คือ เรื่องของ Hidden Node ครับ โดยหลักการแล้ว อุปกรณ์ WIFI จะผลัดกันรับ ผลัดกันส่ง โดยที่ ทั้งมือถือ , Notebook และ Access Point จะมีการฟังก่อนว่า ใครส่งข้อมูลอยู่หรือเปล่า ถ้าไม่มีค่อยส่งไป แต่เนื่องจากในห้องพัก ที่แยกกันแบบห้องใครห้องมัน แถมยังกั้นด้วยห้องน้ำหน้าห้อง จึงทำให้ Client ในแต่ละห้อง ไม่เห็นกันเอง ตอนจะส่งข้อมูล ก็นึกว่า ส่งได้ เพราะ ไม่ได้ยินว่าคนอื่นส่งอยู่ ผลก็คือ ส่งไปแต่ Access Point ไม่ตอบสนอง เพราะ Access Point คุยกับคนอื่นอยู่ ก็กดไปสิ ไม่มีประโยชน์จ้า
และเมื่อ Client ที่อยู่ในห้อง ต่อได้สัญญาณที่เบามาก จนแทบเล่นไม่ได้เลย เพราะโดยกำแพงของห้องน้ำบังหมด และ กดไปก็แทบไม่ตอบ เพราะไม่รู้ว่า AP คุยกับคนอื่นอยู่ ตัวความเร็วในการเชื่อมต่อ ก็ต่ำเตี้ยเรี่ยดิน ทำให้ Client ทั้งโซนที่ Access Point ตัวนี้ให้บริการอยู่ ช้าไปหมดจนแทบเล่นไม่ได้นั่นเอง เป็นพื้นที่แห่งความตายสำหรับ WIFI อย่างแท้จริงครับ การจะเล่นได้ คือต้องเปิดประตูหน้าห้อง หรือไม่ก็มาเล่นที่ทางเดินนั่นแหละ
แล้วการแก้ไขจะทำยังไงดี
แน่นอนว่า เราจะต้องติดตั้ง Access Point ใหม่ในจุดที่ AP จะสามารถให้บริการ Client ได้โดยตรงนั่นก็คือ ในห้องพักเลยครับ โรงแรมสมัยใหม่เดี๋ยวนี้ จะให้บริการ โดยติดตั้ง Access Point แบบ 1 ห้อง ติด AP 1 ตัวไปเลย
จากนั้นก็ลดกำลังส่งลง เพื่อให้สัญญาณพอดีแค่ในห้องเท่านั้น แล้วก็จัด Channel Pattern ให้มันสามารถนำเอา Channel ทั้งหมดมาวนใช้ได้ โดยที่ไม่ชนกับพื้นที่อื่นๆ
แน่นอน ว่า การใช้เดิน LAN ไปในห้องพักทุกห้อง + ติด AP 1 ตัวต่อ 1 ห้อง ก็จะมีเรื่องงบประมาณเป็นโจทย์ใหญ่
เพราะว่า จะต้องโดน ค่าลากสาย , ค่า Managed Switch , ค่า Access Point ที่เพิ่มขึ้น
แต่… อย่างแรกเลยครับ การติด AP 1 ห้อง 1 ตัว ไม่จำเป็นต้องเลือกใช้ Access Point เสาใหญ่ Spec ดี ก็ได้ เพราะเราให้บริการแค่ในพื้นที่เล็กๆเท่านั้น เอาเข้าจริง WIFI N ยังพอเลยครับ อย่างใน Site นี้ ผมเลือก Mikrotik Hap AC Lite ที่เป็น WIFI AC มี 5Ghz ให้ใช้งาน แต่ Uplink ความเร็วแค่ 100Mbps แต่มันก็พอ สำหรับใช้งานแค่ 2 คนในห้อง เรียกว่าเหลือๆเลยครับ
ซึ่ง Mikrotik สามารถจัดการ Access Point จำนวนมหาศาลได้ด้วยระบบ CAPsMAN ซึ่งเป็น Wireless Controller สำหรับอุปกรณ์​Mikrotik โดยที่ Mikrotik บอกว่า ใช้ฟรี ไม่มี License จะใช้งานพันตัวก็ไม่คิดตังค์ครับ
อย่างที่ Site นี้ มีสองตึก ติดห้องละตัว ทั้งหมด 183 ห้องครับ ตอนนี้ WIFI ในห้องเนียนๆ แขกไม่บ่น และทุกคน Happy ครับผม
สำหรับ Network Engineer ที่สนใจในระบบของ Mikrotik ผมเป็น Mikrotik Certified Trainer ครับ และกำลังจะจัดสอนทั้งหมด 3 Course ในเดือย พย ที่จะถึงนี้ MTCNA , MTCRE , MTCEWE สอนเรื่องพื้นฐาน , Routing และ Wireless CAPsMAN ด้วย ถ้าสนใจ อยากมาทำงานสาย Network Engineer ก็ขอเรียนเชิญครับ

ปรึกษางานลักษณะนี้