ของทีม
รอบนี้มาอัพเกรด โดยการเปลี่ยน Gateway + CoreSwitch ของ Fortigate กับ Cisco 6500 ให้เป็น Mikrotik CCR2004 กับ Mikrotik CRS328 ที่เป็น Fiber Switch 10Gbps ครับ
เกริ่นแบบนี้ก่อน
ระบบเก่าลูกค้าใช้ Fortigate 200D ที่ License จะหมดแล้ว แล้วก็ต่อ License มาจนค่า License จะทะลุค่าเครื่องแล้ว และสถานการณ์ปัจจุบันก็คือ NAND Flash ที่อยู่บนตัว Fortigate อาการก็ไม่ค่อยดี เปิดแล้วบางทีก็บูทขึ้นบ้างไม่ขึ้นบ้าง เรียกได้ว่าพร้อมสู่ขิตเต็มทน
ประกอบกับ Cisco 6500 Core Switch L3 ที่อยู่คู่ระบบมายาวนานกว่า 10 ปี เป็น Core Switch Fiber 1Gbps ที่ผ่านร้อนผ่านหนาวมานาน ทำงานอย่างขยันขันแข็ง แต่ก็สิบปีกว่าแล้ว ปล่อยน้องไปนอนพักเถอะ
งานของผมรอบนี้ก็เลยเป็นการรวบ Mikrotik CCR2004 ที่ทำหน้าที่เป็นทั้ง Gateway + CoreSwitch L3
แล้วเชื่อม Fiber Switch ตัวใหม่ Mikrotik CRS326 เพื่ออัพเกรด Core ตรงกลางเป็น 10Gbps นั่นเองครับ
จะว่าไป ถ้าอัพเกรดเป็น Fortigate ตามเดิม ก็คือ ต้องเป็น Fortigate 100F กับ License อีกสามปี ดูค่าตัวจุกๆ ก็ต้องมีสองแสน ลูกค้าก็มองว่า ใน Feature ของ Fortigate เนี่ย ไปดูพวก Log ในส่วนของ Fortiguard ที่เป็นพวก IDS หรือ Antivirus ก็แทบไม่ได้โดนอะไรเลย
Feature ที่ใช้บ่อยสุดก็เป็น IPSec VPN ที่เชื่อม สาขาในประเทศประมาณ 4 ที่ กับ ต่างประเทศอีก 2 ที่
ซึ่งสาขาทั้งหมดก็เป็น Gateway Mikrotik หมดอยู่แล้ว ก็ไม่รู้จะใช้ Fortigate ไปทำไมแล้ว เพราะแทบไม่ได้ใช้ Feature อะไรของ Fortiguard ซักเท่าไหร่
ก็เลยทำระบบเป็น Full Mikrotik ให้หมดครับ
บอกไว้ก่อนว่าไม่ได้แปลว่า Fortigate ไม่ดีนะครับ จุดตัดสินใจอัพเกรดของแต่ละองค์กรมันมี Criteria ไม่เหมือนกันเด้อ
ส่วน Core Switch Cisco6500 ก็ใช้มานานแล้ว เปลี่ยน Core Switch Fiber ทั้งทีก็เปลี่ยนเป็น 10Gbps ไปเลยละกัน ก็เลยได้ Mikrotik CRS326 มาใช้นี่แหละครับ
แนวทางการรื้อ ก็ไม่มีอะไรมาก
ผมเข้าไปโกย Config ใน Cisco6500 ในส่วนของ Interface และ IP ของแต่ละ VLAN มาก่อน
จากนั้นก็ลอก Config มาให้ครบ ทั้ง VLAN , IP , DHCP และ Routing Table ทั้งหมด
จากนั้นก็เข้าไปใน Fortigate ตรวจสอบตาราง IP ขา WAN ทั้งหมด กฏของพวก SDWan ต่างๆ แล้วก็ Policy Rules แล้วก็ลอกมาใส่ Firewall ของ Mikrotik ตาม Policy ที่กำหนดไว้
ในส่วนของ IPSec ของ Fortigate ก็ไม่ได้ใช้แล้ว แต่ผมทำ Wireguard VPN เพื่อเชื่อมกับ สาขาที่ต่างประเทศ และ สาขาในไทยทั้งหมดแทน โดยที่ไป Configuration สาขาต่างๆไว้ก่อนแล้ว แต่ Disable Rules ไว้จนกระทั่ง
ฝั่ง HQ พร้อมย้ายระบบ
จริงๆงานย้ายระบบเนี่ย งานด้าน Configuration ไม่ได้เป็นเรื่องยากเท่าไหร่เล้ยยยย ไอ้ความยากอยู่ที่สายที่ไม่ได้ Label มากกว่า
ก็ใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมง สามารถโยก Network ในห้อง Server ทั้งหมดจากระบบเก่า มาเป็นระบบใหม่ได้
แต่งานนี้ใช้เวลารวมประมาณ 3 วัน เพราะลูกค้าบอกว่า ขอเปลี่ยน Switch ตามอาคารทั้งหมดด้วย
โอววว ข้าวพุ่งเลยจ้าาาาาาาา
เดี๋ยวค่อยมาเล่า Part ของงานสลับสาย ทีหลัง พร้อมเครื่องมือช่วยเหลือให้คุณสามารถทำงาน Track สายได้ด้วยตัวคนเดียว ไม่ต้องวิ่งไปวิ่งมาครับผม
ท่านใดสนใจอัพเกรดระบบ (หลังปีใหม่) กับอาจารย์ศุภเดช
ติดต่อไปที่
line@ : @vronline
ได้เลยนะคร้าบ หมดแรงงงง นิ้วจะแหกเพราะย้าย LAN Port หลายร้อยหัว โอยยยยยยยยย