ลูกค้ามีปัญหาในการโยน Backup จาก DC ลงมาเก็บที่ HQ … คือของเก่าใช้ IPSec แล้วมันได้ประมาณ 100 กว่า Mbps แล้วมันไม่พอใช้ ทำให้การ Backup มันไม่จบในคืนเดียวได้ ผลก็คือ ทำให้ backup ค้าง เพราะต้องหยุด Backup แล้วส่ง Link คืนไปให้ Service ตอนเช้าที่ลูกค้าเข้ามาใช้งานกัน
ผมเข้าไปทำ Wireguard VPN โดยเอา Mikrotik ไปวางไว้ใน Datacenter กับที่ HQ บวกกับติด Internet บ้าน 2 เส้น นี่แหละ เพราะเอามาโยน Backup อยู่แล้ว ไม่ต้อง SLA อะไรมาก
ฝั่ง DC มี Link แบบ Local ให้ 1Gbps อยู่แล้ว ไม่ค่อยมีปัญหาอะไร
ขั้นตอนแรกก็คือ Migrate ของเก่าจาก IPSec มาเป็น Wireguard แล้วก็ทำ OSPF เพื่อแลก Route ระหว่าง HQ กับ DC ให้เรียบร้อย
ลองทดสอบโยน Backup เต็มรูปแบบ สามารถเร่งตัว throughput ของ Wireguard เพื่อทำ backup ได้ระดับ 5xx Mbps เลยทีเดียว เร็วกว่าของเดิม 5 เท่า แต่ CPU ของ Mikrotik ทำงานเฉลี่ย Core ละ 30-50% ก็เรียกว่า ยังเหลือสบายๆ
จากนั้นทำ QoS ฝั่ง DC ว่า ถ้าผ่าน 6 โมงเช้าไปแล้ว ถ้ายังมี Data จาก Backup ไปยัง HQ ไม่เสร็จ ให้บีบ QoS ลงโดย Priority ให้กับ Data จากลูกค้าก่อน ถ้า Bandwidth เหลือ ค่อยส่งลงมาให้ Backup Link ซึ่งสิ่งนี้เป็น Dynamic Queue ไม่ต้องไปกำหนดเลข ว่าต้อง Spare ให้เท่าไหร่ แต่ใช้คำว่า ถ้า Link มี 1Gbps แล้วเหลือเท่าไหร่จาก User Data ค่อยเอามาโยนให้ Backup
ที่ทำแบบนี้เอาไว้ก็คือ เผื่อว่าในอนาคต ถ้า Backup ตัว VM หรือ DB มันใหญ่ขึ้นในระดับที่ throughput ของ Wireguard มันจบใน 1 คืนไม่ได้ ก็ค่อยๆทำต่อในตอนกลางวันที่ไม่กวน User นั่นเองครับ
ช่วงหลังๆ งานก็จะมาแบบท่าแปลกๆ แต่ส่วนใหญ่ยังใช้ Mikrotik เพื่อเคลียร์ปัญหาได้อยู่ครับ ข้อดีของ Mikrotik ก็คือทำได้สารพัดท่า ในค่าตัวที่ไม่แพง แถมไม่มี MA License ที่ต้องจ่ายรายปีด้วย ชอบตรงนี้นี่แหละ
ท่านใดมีปัญหาทาง Network แล้วนึกไม่ออกว่าจะแก้ยังไง ลองทักมาคุยกันได้ที่ LINE : @vronline ได้เลยนะครับ