ตอนที่ 10 โดยอาจารย์ศุภเดชครับ ถ้าคิดว่าชีวิตยังลำเค็ญไม่พอ ลองอ่านตอนนี้ก็ได้ครับ รับรองหลับสบาย
พึ่งกลับมาจาก Site ลูกค้าที่ต่างจังหวัด และก็เขียนเล่าไปเมื่อตอนเย็นๆว่าแก้ปัญหาอะไรให้ลูกค้าไปบ้าง ใครสนใจไปตามอ่านก็ย้อนไปดูใน Timeline ของผมก็ได้นะครับ
เผลอแปบเดียวเขียนต่อเนื่องมา 10 ตอนแล้ว ผมไม่ได้เขียน ให้มันต่อเนื่องกันนะครับ อารมณ์เหมือนผมอยากเล่าอะไรก็เล่า คิดซะว่าฟังผมบ่นๆ เรื่อง Network ก็ได้ครับ
แต่เรื่องในวันนี้ก็ดันเป็นเรื่องต่อเนื่อง จากที่เขียนมา 3-4 วัน ก็คือเรื่องเกี่ยวกับ VLAN นี่แหละครับ แต่จะเป็นเรื่องของ Port Role หรือสถานะของ Port บน Switch ใน Network ที่ใช้ VLAN
ซึ่งถ้าอ่านจากที่ผมเล่าๆไป ผมจะเล่าถึง Port Role อันนึง ที่เรียกว่า Trunk หรือว่า Port ที่ทำหน้าที่ขนหลายๆ VLAN ไป ซึ่งส่วนใหญ่เราจะใช้ Trunk Port เชื่อมระหว่างกับ Switch -> Switch หรือ Router -> Switch เพื่อให้มันขน VLAN ที่เรากำหนดไว้ ข้ามอุปกรณืไปนั่นเองครับ
แต่ก่อนจะไปเข้า Port Role .. เพื่อให้เข้าใจเรื่องของ VLAN มากขึ้นอีกหน่อย ก็เลยอยากจะเล่าถึงข้อมูลที่เรียกว่า Frame ซึ่งเป็น Data ที่วิ่งใน Network Layer 2 ของ OSI Layer และเป็นสิ่งที่ Switch ขนไปใน Network เพื่อส่งต่อไปยังจุดต่างๆครับ
อยากให้คิดว่า Frame เนี่ย เป็นเหมือนกล่องใส่ของครับ และ ที่หน้ากล่อง ก็จะมีข้อมูลต่างๆ เพื่อบอกให้รู้ว่ากล่องนั้น มาจากใคร จะส่งไปไหน และมีข้อมูลอื่นๆ ช่วยทำให้การส่งข้อมูลมันง่ายขึ้น ประมาณนี้ละกันนะครับ
เวลาที่เราใช้ Switch ที่ไม่มี VLAN ส่งข้อมูลประเภท Frame เนี่ย ตัว Switch ก็จะอ่าน Data ที่วิ่งเข้ามาใน Switch ใช่ไหมครับ
Data ใน network จริงๆมันก็คือเลขฐาน 2 ที่ประกอบไปด้วย 0,1 เป็นชุดๆเรียงกันแบบสะเปะสะปะในหมด และเพื่อที่จะให้ อุปกรณ์ส่งกับ Switch ที่รับข้อมูล สามารถ Sync จังหวะส่งรับกันได้ ตัว Frame ก็จะมีชุดข้อมูล 10101010 10101010 10101010 10101010 10101010 10101010 10101010 10101010
ซึ่งก็คือ 10 เรียงกันเป็นชุดยาวๆ เพื่อให้ทั้ง 2 ข้าง รู้ได้ว่า นี่คือ จุดเริ่มต้น และหลังจากการเรียงกันที่เป็น Format คงที่เนี่ย จะเริ่มเป็น Data แล้วนะ
ถ้าดูจากในรูป ชุด 10101010 10101010 10101010 10101010 10101010 10101010 10101010 10101011 ที่เรียงกันแบบนี้ เราเรียกว่า Preemble ครับ เป็น สัญญาณนำ (Synchronization Signal) ที่ใช้ในการเตรียมอุปกรณ์รับข้อมูลให้พร้อมรับข้อมูลจริง (Frame Data)
จะสั่งเกตได้ว่า มันเรียง 10101010 <— ทั้งหมด 7 ชุด หรือ 7 ไบท์และไบท์ สุดท้ายจะเป็น 1010101011 ซึ่งเราจะเรียกไบท์นี้ว่า Start Frame Delimeter เป็นส่วนที่ต่อจาก Preamble และทำหน้าที่บอกว่า ข้อมูลจริง (Ethernet Frame) กำลังจะเริ่มต้นขึ้นครับผม
ถัดมาก็คิดว่าเหมือนซองจดหมายครับ มันจะต้องจ่าหน้าซองใช่ไหมครับ ส่วนใหญ่เราก็จะจ่าหน้าซองว่า จะส่งให้ใคร หรือเราเรียกชุดข้อมูลนี้ว่า Destination Mac-Address หรือ ข้อมูลนี้เป็นของ Mac-Address ไหนใน Network นั่นเองครับ
ตามด้วย Source Mac-Address หรือ ส่งมาจากใคร เพราะถ้าไม่ระบุคนส่ง แล้วคนที่รับจะตอบกลับไปให้ใคร จริงไหมครับ
ตามด้วย Ethertype หรือ ประเภทของข้อมูล บอกให้รู้ว่า ข้อมูลในเฟรมเป็นโปรโตคอลอะไร เช่น IPv4, IPv6, ARP, VLAN Tagging เป็นต้นครับ
ถัดมาก็คือ Payload หรือส่วนที่เป็น Data ถ้าคิดว่า Frame เป็นซองจดหมาย ท่อนนี้ก็คือ เนื้อหาในจดหมายครับผม มีขนาด 1500 Byte โดยพื้นฐาน และอาจจะเปลี่ยนได้ตามค่าที่กำหนดใน Network หรือ ประเภทของขัอมูลที่ส่ง
ปิดท้ายด้วย FCS หรือ Frame Check Sequence ใช้สำหรับตรวจสอบความผิดพลาดของข้อมูล ประมาณว่า เค้าจะส่งเลข checksum แนบมาด้วย ถ้าปลายทางรับแล้วเอา ข้อมูลใน Frame มาตรวจสอบ checksum แล้วไม่ตรงกับ checksum ที่ส่งมา ก็แปลว่ามีความผิดพลาดระหว่างส่งข้อมูล ให้ทำการ re-transmit ใหม่ครับ
ชิปหาย เขียนมายาวขนาดนี้ ยังไม่ได้เข้าเรื่อง Port Role เลย
โดยพื้นฐานแล้ว ถ้าเราดูภาพเดิม แต่เป็นข้อมูลชุดล่าง จะเห็นว่ามีการเพิ่มข้อมูลชุดนึงแทรกเข้าไปหลัง Source Mac นั่นก็คือ ข้อมูลที่ชื่อว่า VLAN Tagging ครับข้อมูลชุดอื่นอาจจะไม่ต้องสนใจมาก สนแค่ใน VLAN Tagging เนี่ยมันมีชุดข้อมูลที่ชื่อว่า VID หรือ VLAN ID ที่เป็นตัวแปะป้ายระบุว่า Frame นี้เป็นข้อมูลของ VLAN ID อะไรครับผม
ทีนี้ เมื่อเราเปิดระบบ VLAN ขึ้นบน Switch .. ตัว Switch จะทำหน้าที่ สองอย่างหลักๆ
1. ขน Frame ที่มี VLAN ID ไปตาม Port ต่างๆที่เป็น Member ของ VLAN นั้นๆ
2. แปะ VLAN หรือภาษา Network เราจะเรียกว่า Tagged ไปบน Frame ที่เข้ามาตาม Port ต่างๆ ที่เป็น Member ของ VLAN นั้นๆ
ซึ่งเล่ามาขนาดนี้ ก็จะได้เล่าถึง Port Role ของ Switch ในระบบ VLAN ซะทีครับ
อันแรกก็คือ Access Port ครับ (Cisco จะเรียกว่า Access Port แต่บางยี่ห้อ อาจจะเรียกว่า Untagged Port )
Access Port เป็นพอร์ตที่ใช้เชื่อมต่อกับอุปกรณ์ปลายทาง เช่น PC, Printer, IP Phone เหมาะสำหรับ
– อุปกรณ์ที่ไม่รองรับ VLAN (PC, Printer, IoT Device)
– เชื่อมต่อกับ End-User Device
ลักษณะการทำงานของ Access Port:
– ถ้าอุปกรณ์รับข้อมูลจาก Switch → Switch จะดึง VLAN Tag ออกก่อนส่งออกไป หรือเป็นคำที่เราเรียกกริยาว่า Untagged หรือ ดึงป้ายออกนั่นเองครับ
– และข้อมูลที่เข้ามาใน Access Port จะเป็น Frame ที่อยู่แค่ใน VLAN นั้นๆ เท่านั้น จนกว่า จะวิ่งไปออก Trunk Port ครับผม
ถัดมาก็คือ Trunk Port ครับ ที่ผมพูดถึงบ่อยๆ
– Trunk Port เป็นพอร์ตที่สามารถรับ-ส่งข้อมูล หลาย VLAN ผ่านพอร์ตเดียว
– ใช้สำหรับเชื่อมต่อ Switch กับ Switch หรือ Switch กับ Router ที่รองรับ VLAN
– ใช้ VLAN Tagging (IEEE 802.1Q) เพื่อระบุว่า Frame นั้นเป็นของ VLAN ใด
ลักษณะการทำงานของ Trunk Port:
– ถ้า Frame ออกจาก Trunk Port ไปยังอีก Switch → Switch จะใส่ VLAN Tag (802.1Q) ให้กับ Frame
– ถ้า Frame กลับมาที่ Switch และมี VLAN Tag → Switch จะใช้ Tag ในการกำหนด VLAN ให้ Frame นั้น
เหมาะสำหรับ:
– เชื่อมต่อ Switch กับ Switch
– เชื่อมต่อ Switch กับ Router (Router-on-a-Stick)
– รองรับ หลาย VLAN ผ่านลิงก์เดียว
อันที่สามก็คือ Hybrid Port
– เป็นพอร์ตที่สามารถทำงานได้ ทั้ง Access และ Trunk พร้อมกัน
– สามารถส่งข้อมูลได้ทั้ง Tagged VLAN และ Untagged VLAN
เหมาะสำหรับ:
– อุปกรณ์ที่ต้องการ รับ VLAN มากกว่า 1 VLAN แต่ ยังต้องการ VLAN หลักแบบ Untagged
– ใช้กับ Voice VLAN หรือ Multi-VLAN Port
สำหรับ Hybrid Port ถ้านึกไม่ออก ก็คือ Port ที่เรากำหนดให้พวก เครื่องประเภท Virtual Machine ครับ ที่ต้องมี Untagged ไว้ใช้สำหรับ เครื่อง VM Server ข้างนอก แล้วก็โยน Tagged Frame เข้าไปใช้ข้างใน VM Host ครับผม
อันที่ 4 ก็คือ Voice VLAN Port
– ใช้สำหรับเชื่อมต่อ IP Phone ที่ต้องใช้ VLAN แยกต่างหากจาก Data VLAN
– รองรับการใช้งาน ทั้ง VLAN สำหรับเสียง (Voice VLAN) และ VLAN สำหรับข้อมูล (Data VLAN) ในพอร์ตเดียวกัน
เหมาะสำหรับ:
– ใช้กับ IP Phone ที่ต้องการแยก Voice Traffic ออกจาก Data Traffic
นี่ก็คือ VLAN Port Role ที่ใช้กันบ่อยๆในยุคปัจจุบันครับ ทั้ง 4 แบบนี้ คือ แพร่หลาย และเป็นพื้นฐานสำหรับ Network Engineer ที่จะต้องทำความเข้าใจ เรื่องการเดินทางของ VLAN ในระบบ network ครับผม
โอย หมดแรงงงงงงงงง ขอปิดท้ายขายของเช่นเคยนะครับ
ผมจะมีสอนคอร์ส Network สำหรับ UNIFI ครับ เรียนกันสามวัน สอนเรื่องการใช้งาน Product UNIFI ในยุคใหม่ ที่ตอนนี้เปลี่ยนวิถีจากเวอร์ชั่นเดิมไปมาก
UFSP : Unifi FullStack Professtional
UWA : Unifi Wireless Administrator
ในวันที่ 19-21 กพ 2025
กับวันที่ 21-23 มีค 2025
ถ้าสนใจ สามารถสอบถามได้ที่ line@ : @packethunter นะครับ ที่นั่งมีจำกัดอยู่เหมือนกัน ถ้าท่านใดสนใจมานั่งเรียนกันได้ครับผม
หรือถ้าเกิด ขี้เกียจมาเรียน และ ขี้เกียจทำเอง จ้างได้ครับ อาจารย์ศุภเดช พร้อมรับใช้ในการไปทำ Site Survey เพื่อปรึกษาวางแผน การติดตั้งระบบ Network , LAN , WAN , WIFI , Firewall , Server , CCTV , Access Control , Server , Storage , VPN , Security อะไรก็มาเหอะ
ถ้าเป็นงาน Network สามารถแอดไลน์ @vronline ได้เช่นเดียวกันนะครับ
ขอบคุณที่ติดตามกัน เดี๋ยวพรุ่งนี้ จะเป็นหัวข้ออะไร รอติดตามนะครับ
เหมาะสำหรับ:
เหมาะสำหรับ:
เหมาะสำหรับ: